“หนูอยากเรียนต่อญี่ปุ่น จะหาข้อมูลยังไงดีครับ/คะพี่”

นอกเหนือจากเรื่องทุนรัฐบาลญี่ปุ่น คำถามนี้ก็เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่โทรมาสอบถามฝ่ายการศึกษาของสถานทูตญี่ปุ่น....

.....เออ เริ่มไงดีเนาะ

คราวก่อนเขียนเจาะเรื่องทุนไปแล้ว คราวนี้ลองมาเขียนกว้างๆดีกว่า

อยากไปเรียนญี่ปุ่น เริ่มต้นยังไง...

ก้าวแรก ใกล้ตัวมาก พี่กูนี่แหละค่ะ เวิร์ค

พี่กูเกิ้ล (google) ค่ะ พี่กูเกิ้ล สามารถหาข้อมูลได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน

เว็ปที่เรามักเสิร์จจากพี่กูบ่อยๆตั้งแต่ม.ปลาย เกี่ยวกับหาทุนไปญี่ปุ่น (ประเด็นคือจำ url เว็ปเค้าไม่ได้ เลยต้องเสิร์จหาเอา กร๊าก) และแนะนำมาก คือ

1.  เว็ปวิชาการ.com เป็นเว็ปที่จะคอยอัพเดทข่าวสารทุนต่างประเทศอยู่เป็นประจำ ก็เลือกหาเอาเฉพาะทุนญี่ปุ่น จริงๆเว็ปเค้ามีอะไรมากกว่านี้อ่ะนะ แต่ว่าเราดูแค่เรื่องนี้

2. เว็ปบอร์ดของ J-Education ...............น่ะนะ ถ้าพูดในแง่เจ้าหน้าที่สถานทูต มันก็ไม่ค่อยดีที่แนะนำเว็ปเอกชน ...แต่ไม่ค่ะ....เพราะวันนี้เราจะมาพูดกันในฐานะบุคคลธรรมดาหาทุนคนนึงนะคะ เว็ปบอร์ด J-Education เนี่ย เป็นเว็ปบอร์ดที่ใช้ได้เลย สำหรับคนที่สนใจเรื่องเรียนญี่ปุ่น จะมีคนมาอัพเดททุน มาเล่าเรื่องวิธีการสมัครทุน เล่าเรื่องเวลาไปสอบทุนต่างๆ (เช่นทุนรัฐบาลญี่ปุ่น) จะมีข้อมูลเยอะม๊ากกกกกกก ถือว่าเค้าทำได้ดี ตอนนี้เรายังเข้าเว็ปของเค้าเป็นระยะๆอยู่เลย ถึงช่วงนี้เรารู้สึกว่าคนจะเข้าน้อยลงแล้ว แต่ว่าฐานข้อมูลเก่าๆที่มีรุ่นพี่มาเล่าประสบการณ์มันก็ยังมีให้เสิร์จหาเยอะอยู่

3. เว็ปของ JASSO (จัซโซ่) ประเทศไทย เป็นเว็ปของรัฐบาลญี่ปุ่นเลยอันนี้ ศูนย์อยู่ที่ไทยแลนด์ จัซโซ่ก็จะอัพเดทข่าวทุนไปญี่ปุ่นอยู่ตลอดที่หน้าแรกของเว็ป ..จริงๆพูดถึงจัซโซ่นี่พูดได้ยาว เพราะถือเป็นองค์กรสำคัญในการเรียนต่อญี่ปุ่นที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักแพร่หลาย เดี๋ยวเราจะเขียนถึงจัซโซ่ต่อไปนะคะ

4. เว็ปไซต์ของหน่วยงานวิรัชกิจหรือวิเทศน์สัมพันธ์ (International Affairs Division) ของมหาลัยที่เราเรียนอยู่ พวกหน่วยงานนี้เค้าจะเอาข้อมูลทุนมาอัพเดทเป็นระยะๆ มีตั้งแต่ทุนปริญญาไปจนถึงทุนแลกเปลี่ยนระยะสั้นเลย วิธีเข้าก็ เข้าไปในเว็ปมหาลัยเรา แล้วก็หาตรงหัวข้อเกี่ยวกับคณะและหน่วยงาน มันน่าจะมีลิ้งค์ไปให้นะ

5. อันนี้ข้อมูลใหม่ เพิ่งรู้ เข้าไปดูแล้ว น่าสนใจมาก เว็ปลูกของ eduzone ชื่อเว็ป interscholarship.com เนื้อหาจะคล้ายๆกับเว็บของวิชาการ ที่จะมีข้อมูลทุนมาอัพเดทด้วย เว็ป eduzone นี่เป็นเว็ปที่เราเข้ามาตั้งแต่ม.ปลายแล้ว ตอนหาข้อมูลเรื่องอักษรจุฬาก็หาจากที่นี่ซะส่วนใหญ่ ดีจังที่เค้าทำเว็ปเน้นด้านการศึกษาต่อต่างประเทศแยกออกมาโดยเฉพาะเลย

...เป็นต้นค่ะ..จริงๆมีเว็ปอีกเยอะ แต่หลักๆที่เราเข้าบ่อยๆก็มีเท่านี้...

**************************************

ต่อมา หาในเน็ตแล้ว เอาไงต่อ

บางคนพอดูรายละเอียดทุนที่เค้าประกาศในเน็ต ปรากฎว่าหลายทุนที่เค้าให้เราไปหามหาลัยเอง เค้ามีหน้าที่ให้ทุนอย่างเดียว แล้วเราจะรู้ได้ไงอ้ะว่าที่เราอยากเรียนอ้ะมันเปิดสอนที่ไหนบ้าง

หรือบางคนอยากไปเรียนแค่ภาษาญี่ปุ่น จะไปหาโรงเรียนจากไหนดี

หรือบางคนอยากไปเรียนโรงเรียนเฉพาะทาง (เซมมง) เช่น ดีไซน์ อนิเมชั่น ที่ญี่ปุ่น ไรเงี้ย

ไม่รู้ว่าต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ ไปที่นั่นแล้วจะเป็นยังไง อะไรอีกมากมาย โอ้ยย กลุ้ม...

จะเริ่มหาข้อมูลยังไงดีแบบไม่เสียสตางค์และครอบคลุม

....เดี๊ยนขอแนะนำ One Stop Service ที่นี่เลยค่ะ  "JASSO"

โอ้ว นี่เราเกริ่นถึง JASSO หลายครั้งมาก เรียกได้ว่าสำคัญจริงๆ คราวนี้เราจะมาพูดเต็มๆให้น้ำลายหกกันเลย

...

JASSO หรือ จัซโซ่ ชื่อเต็มคือ Japan Students Services Organization หรือองค์กรสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น

เป็นหน่วยงานอิสระภายใต้รัฐบาลญี่ปุ่น ที่คอยให้คำปรึกษานักเรียนต่างชาติที่จะไปเรียนญี่ปุ่น โดยให้คำปรึกษาฟรีจ้า

สำหรับคนที่จะไปเรียนด้วยเงินตัวเอง จัซโซ่ก็จะมีข้อมูลให้ครบว่าอยากไปเรียนสาขานี้ มีที่ไหนเปิดสอนบ้าง

เช่น อยากไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น จัซโซ่ก็จะมีข้อมูลโรงเรียนสอนภาษาในญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล

หรืออยากไปเรียนเซมมงที่ญี่ปุ่น จัซโซ่ก็มีรายชื่อสาขาให้เลือกว่าจะไปเรียนได้ที่ไหนบ้าง

หรืออยากไปต่อมหาลัย แต่ไม่รู้ว่ามีที่ไหนเปิดสอนบ้าง จัซโซ่ก็มีข้อมูลให้เสิร์จหาว่าสาขานี้มีที่ไหนบ้าง

หรือรู้หมดแล้ว แต่อยากรู้ว่าไปอยู่นั่นต้องเตรียมเงินไปเท่าไหร่ จัซโซ่ก็มีคู่มือการศึกษาญี่ปุ่นที่คำนวนค่าใช้จ่ายโดยรวมของแต่ละเดือนในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงคำนวนค่าเทอมโดยประมาณของทั้งโรงเรียนและมหาลัยรัฐและเอกชนของญี่ปุ่นให้

หรือบางคนอยากไปเรียนอินเตอร์ที่ญี่ปุ่น จัซโซ่ก็มีตารางของรายชื่อมหาลัยและสาขาที่เปิดเป็นคอร์สอินเตอร์ให้

หรือ...(หรือเยอะมาก) หรือใครอยากหาทุนไปญี่ปุ่น จัซโซ่ก็มีรายชื่อทุนไปญี่ปุ่นที่ขอได้ในประเทศไทยให้ มีชื่อ ที่อยู่ที่ติดต่อหน่วยงานที่ให้ทุนไว้เสร็จสรรพ ที่เหลือคุณก็แค่โทรหาหน่วยงานผู้ให้ทุนเอง

หรือ (ยังไม่หมด) คนที่จะไปญี่ปุ่นด้วยตัวเองก่อน แล้วค่อยไปหาทุนที่โน่น จัซโซ่ก็มีหนังสือรวมรายชื่อทุนที่ขอได้ที่ญี่ปุ่น แยกเป็นภูมิภาคพร้อมเงื่อนไขโดยคร่าวๆไว้ให้ดูกันเลย

หรือ (ยังมีอีก) หรือทุนของจัซโซ่เอง ก็มีนะค้า เค้าให้ทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น สำหรับนักเรียนที่ได้ไปแลกเปลี่ยนในมหาลัยที่ญี่ปุ่น เดือนละประมาณ 8 หมื่นเยน (อันนี้ไม่ได้สมัครผ่านจัซโซ่ที่ไทย แต่ต้องติดต่อมหาลัยคุณนะ)

หรือ ทุนของ EJU ซึ่งเป็นการสอบที่จำเป็นสำหรับเด็กต่างชาติที่จะไปเรียนญี่ปุ่น คนที่จะไปด้วยเงินตัวเอง ต้องสอบ EJU วัดความรู้ คราวนี้ คนที่ได้คะแนนสูงๆเข้าเกณฑ์ เค้าก็จะให้ทุนอีกเดือนละประมาณ 5 หมื่นเยน มั๊ง จำไม่ได้

ซึ่ง EJU จัซโซ่ก็เป็นหนึ่งในผู้จัดสอบจ้า คะแนนEJU นอกจากเอาไปใช้ที่ญี่ปุ่นแล้ว ยังสามารถนำมายื่นแทนเกรดในการสมัครทุนรัฐบาลญี่ปุ่นได้ด้วยนะเออ

แล้วถ้าคุณเข้าไปที่สำนักงานจัซโซ่นะ มันก็จะมีหนังสือแนะนำเกี่ยวกับมหาลัยญี่ปุ่นเยอะม๊ากกก รวมถึงหนังสือความรู้อื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นขุมสมบัติข้อมูลในการศึกษาต่อเลยล่ะ เพราะว่าหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวกับการศึกษาญี่ปุ่นอ่ะ เวลาเค้าส่งเอกสารเผยแพร่ สองที่ที่เค้าจะต้องส่งมาแน่นอน คือจัซโซ่ แล้วก็สถานทูตญี่ปุ่น ซึ่ง สถานทูตญี่ปุ่น เนื่องจากเราไม่ได้เน้นเรื่องแนะแนวการศึกษาเท่าจัซโซ่ การเก็บเอกสารเลยยังไม่ชัดเจนเท่าเค้า เลยแนะนำให้ไปจัซโซ่ดีกว่า รับรองว่าโอกาสที่คุณจะได้เจอเอกสารที่อยากเจอน่าจะค่อนข้างสูง

อีกอย่าง เจ้าหน้าที่ที่กรุงเทพน่ารักมาก สาวสวยจัซโซ่สองคน ใจดี ใจเย็น ให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่องเลย เป็นคนไทยจ้า

...

จัซโซ่เนี่ย ถือเป็นหน่วยงานกลางด้านการศึกษาต่อญี่ปุ่นสำหรับเด็กต่างชาติ ของรัฐบาลญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะงั้น ใครมีโอกาสก็ควรจะไปใช้บริการดูนะคะ

อย่างที่ญี่ปุ่น จัซโซ่ก็จะมีหอพัก แล้วก็โรงเรียนสอนภาษา (สำหรับเด็กนักเรียนทุนรัฐบาลซะส่วนใหญ่) ซึ่งเค้าว่ากันว่า โรงเรียนสอนภาษาของจัซโซ่เนี่ย สอนญี่ปุ่นดีที่สุดในโลกกกก (๕๕)

ฮั่นแน่..เริ่มสนใจจัซโซ่กันบ้างรึยัง

อย่างงี้ต้องรีบแปะเบอร์ติดต่อค่ะ

ติดต่อจัซโซ่ประเทศไทยได้ที่

องค์การสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น กรุงเทพฯ
159 อาคารเสริมมิตรชั้น10 ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
(เราย้ายสำนักงานฯไปอยู่ฝั่งตรงข้ามสำนักงานเดิมชั้นเดียวกันแล้วนะคะ แวะมาเยี่ยมที่แห่งใหม่กันนะคะ)

เปิดทำการจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 9.00-11.30น./12.30-17.00น.
Tel: 02-661-7057-8
Fax: 02-661-7057-8 ext.14
 
http://www.jeic-bangkok.org/?news,1

....อะไรอย่างงี้...

การหาข้อมูลเรื่องไปเรียนต่อมีหลายช่องทางมาก นี่แค่ตัวอย่าง ยังไงลองดูนะคะ :)

ภาคที่แล้วเล่าเรื่องทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปยกนึงแล้ว

เดี๋ยวมาต่อดูทุนอื่นๆที่ตัวแม่รองลงมาหน่อย

 

2. ทุนแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัย

ทุนนี้ เป็นทุนที่มหาวิทยาลัยเมืองไทย กับมหาลัยญี่ปุ่น ทำสัญญาแลกเปลี่ยนกัน ว่าจะส่งเด็กของมหาลัยนั้นๆไปแลกเปลี่ยน 1 ปี โดยจะมีทั้งทุนฟรีและไม่ฟรี

คือทุนพวกนี้ แข่งกันเองในมหาลัย (หรือบางทีแค่ในภาควิชาด้วยซ้ำ) ..ชิวกว่าทุนมง(ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น)เยอะ

ถ้าได้ เค้าจะให้เราไปโดยไม่ต้องจ่ายค่าเทอมของญี่ปุ่น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็มีหลายมหาลัย(ญี่ปุ่น) ที่เค้าจะช่วยยื่นชื่อเราให้ JASSO เพื่อพิจารณามอบทุนค่าใช้จ่ายเดือนละ 8 หมื่นเยนให้ ไรเงี้ย

*ป.ล. JASSO องค์กรสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่คอยดูแลให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาต่อญี่ปุ่นทั้งหมด ฟรีจ้า สำนักงานอยู่ชั้น 10 ตึกเสริมมิตร สุขุมวิท เจ้าหน้าที่น่ารักใจดีทุกคน

 

ซึ่ง ทุนพวกนี้ มีเยอะม๊ากกกกกกกกก (อีกแล้ว) แล้วก็กระจายไปหลายมหาลัยเลยด้วย

เช่น เอาของจุฬา มหาลัยญี่ปุ่นที่แลกเปลี่ยนกับจุฬานั้น มีประมาณ 40 กว่ามหาลัย

เพราะฉะนั้น ปีนึงๆ จะมีเด็กจุฬาได้ไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นประมาณ 40 คนเช่นกัน

ธรรมศาสตร์ก็เยอะ ประมาณเดียวกันนี่แหละ

เกษตร ศิลปากร ไรเงี้ย ตรึม

อย่าว่าจะงี้จะงั้น ไม่ใช่แค่ม.ใหญ่ๆนะคะ มศว. ม.ขอนแก่น ไรเงี้ย ทุนแลกเปลี่ยนเยอะมั่ก

...ขนาดเรายังเคยคิดจะเลือกเข้าม.เกษตร เพียงเพื่อจุดประสงค์เดียว คือจะไปเอาทุนแลกเปลี่ยน

 ...ฮ่าๆ..เป้าหมายเป๊ะมั้ยล่ะ (แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้า (-_-“))

คิดดู ว่าทุนมันเยอะขนาดไหน

....

แล้วจากการที่เราสอบถามคนที่สนใจเรื่องทุนที่เข้ามาถามที่สถานทูต

ก็ทำให้เราได้รู้ว่า แทบบบจะไม่มีใครเลย ที่รู้ว่าทุนแลกเปลี่ยนนี้มันสถิตย์อยู่ในโลก

ทุกคนที่ฟังเรื่องนี้จากเราจะทำตาโต แล้วก็ประมาณว่า “มันมีทุนนี้ด้วยเหรอคะ” “จริงเหรอ” “ไม่เคยรู้เลย” ไรเงี้ย

....

มันแสดงถึงอะไรรู้มั้ยคะ

มันแสดงว่า ถ้าเราจะสมัครทุนพวกนี้เนี่ย..คู่แข่งเราจะยังน้อยมากกก

ใช่มั้ยๆ

เพราะคนยังไม่ค่อยรู้จักมาก

...

เอาง่ายๆ สถิติคร่าวๆจากที่เราสังเกต เมื่อ 2 ปีก่อน

จุฬา มีจำนวนมหาลัยญี่ปุ่นรองรับ 40 มหาลัย

เปิดรับทุนนี้ มีคนสมัคร 70 กว่าคน

70 กว่าคนเอง !!Surprised

น้อยมากอ้ะ 1 ต่อเท่าไหร่เนี่ย  ยิ่งกว่า 1 ต่อ 1 อีก

คนได้ไปเกินครึ่งอ้ะ..

นี่ขนาดจุฬาที่เด็กใฝ่รู้ใฝ่เรียนใฝ่ขยันหาทุน(รึเปล่า)นะเนี่ย

แล้วมหาลัยอื่นคนจะรู้น้อยขนาดไหน...

.....เริ่มสนใจแล้วล่ะสิ

คำถาม “หนูจะรู้ได้ไงอ้ะพี่ ว่าม.หนูมันมีทุนมั้ย มาเมื่อไหร่ อะไรยังไง”

ตอบ “ให้ไปถามฝ่ายต่างประเทศของมหาลัยค่ะ ภาษาอังกฤษจะชื่อว่า International Affairs Division ภาษาไทย ถ้าจุฬาจะเรียกว่า วิรัชกิจ ถ้ามหาลัยอื่น จะเรียกว่า วิเทศน์สัมพันธ์ นะจ๊ะ”

ที่แน่ๆ จุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตร ศิลปากร มศว. ม.ขอนแก่น มีแน่ๆ ส่วนมหาลัยอื่น น่าจะมีเหมือนกัน แต่เราไม่รู้ข้อมูล ลองหากันดูเน้อ

.....

จริงๆทุนญี่ปุ่นมีอีกเยอะ แต่ว่าเขียนในนี้คงไม่หมด ใครสนใจเพิ่มเติมก็ลองถาม JASSO ดูค่ะ 02-661-7057-8

http://www.jeic-bangkok.org/

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีทุนให้ไปเรียนญี่ปุ่นเยอะมว๊าก

เยอะมว๊าก

นั่นเป็นเพราะรัฐบาลญี่ปุ่นเค้ามีนโยบายดึงคนต่างชาติเข้าไปเรียนที่บ้านเค้า เพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นอินเตอร์ ไรเงี้ย

เค้าตั้งเป้าว่าภายในปี 2020 จะต้องมีนักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่น 3 แสนคน...ซึ่ง ถึงแน่ๆ

...ตอนนี้ ถ้าจำไม่ผิด ก็เกือบ 2 แสนละ

แต่น่าเสียดายที่คนไทยยังรู้จักช่องทางการหาทุนไม่ค่อยเยอะ

.....

วันนี้เลยจะขอเล่าให้ฟังว่ามีทุนอะไรที่น่าสนใจบ้าง

 

1. ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น (Monbukagakusho, Monbusho, Mon,  MEXT มีหลายชื่อ มันคือทุนเดียวกัน)

....ถือเป็นทุนตัวแม่

ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นทุนที่ได้รับความนิยมสูงจริงๆในไทย

เราเคยลองจิ้มกูเกิ้ลเล่นๆ พิมพ์คำว่า “ทุนรั..”  ยังพิมพ์ไม่ทันจบ คำใบ้แรกที่กูเกิ้ลขึ้นมาให้คือ “ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น”

แสดงว่าคนไทยสนใจหาข้อมูลเกี่ยวกับทุนนี้เยอะสุด มันถึงได้ขึ้นมาเป็นอันดับแรกในกูเกิ้ล

แฮ่..วันนี้เลยจะขอเล่าเจาะลึกเกี่ยวกับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นให้ฟังกัน

....

รู้หรือไม่ ว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่ได้รับโควต้าของทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเยอะมาก เทียบกับประเทศอื่นๆ

ถ้านับกันง่ายๆนะ

ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ขอได้สองช่องทาง คือ ผ่านสถานทูตญี่ปุ่น กับผ่านมหาลัยญี่ปุ่นหรือมหาลัยไทยโดยตรง

ผ่านสถานทูตเนี่ย ปีนึงๆ คนไทยจะได้ประมาณ 50 ทุน

ส่วนผ่านมหาลัย ปีนึงๆ ก็ได้อีกประมาณ 50-100  ทุน

เยอะ!

นี่เฉพาะคนไทยนะ

เคยมีคนมาถามสถานทูตเหมือนกันว่าทำไมเค้าให้เยอะจังพี่...คำตอบคือ..ความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างสองประเทศค่ะ ๕๕๕

นี่คือความจริง ประเทศเราได้รับสิทธิ์เยอะจริงๆ

แหม่ะ ก็เรารู้จักเค้ามาตั้งร้อยกว่าปีแล้วนี่นะ..

เทียบกับทุนรัฐบาลอื่นๆ ที่ให้ไทยปีละ 2- 3 ทุน ไรเงี้ย สวยๆ

ถือว่าทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นทุนที่ทุ่มทุนสร้างมาก

...

เพราะงั้น ถึงแม้จะเป็นทุนรัฐบาล ที่อัตราการแข่งขันสูง แต่ด้วยจำนวนโควต้าที่ให้ก็ไม่น้อยเหมือนกัน จึงถือว่าโอกาสได้ก็มีมากพอควรเมื่อเทียบกับทุนอื่นๆ

ประมาณว่า ไม่เหมือนทุนฟูลไบรท์รัฐบาลอเมริกาหรืออะไรอย่างงี้ ที่ถ้าไม่เมพ(เทพ)จริงก็หมดสิทธิ์

ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นเค้าเหลือพื้นที่สำหรับคนธรรมดาเดินดินแต่เป้าหมายชัดเจนอย่างเราๆเหมือนกันค่ะ

...

คิดดูละกัน รัฐบาลญี่ปุ่นถึงขนาดเอาข้อสอบเก่ามาลงในเว็ปเป็นทางการกันเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าเชิญชวนให้มาสอบอย่างแรงนิ

ดูได้กันที่นี่นะคะ >>  http://www.studyjapan.go.jp/en/toj/toj0308e.html#1

...

นอกจากนี้นะ ถ้าได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ก็สบายไปเลย

เพราะทุกอย่าง ฟรี!

เรียกได้ว่าพ่อแม่ไม่ต้องควักกระเป๋าเลยซักแดง ลูกก็สามารถอยู่ญี่ปุ่นได้อย่างสนุกสนานสะดวกสบาย

ถึงปีนี้จะมีลดเงินเดือนนักเรียนทุนไปบ้าง (ก็ไม่บ้าง..เกือบหมื่นเยนต่อเดือน (T_T))

แต่รวมๆก็ยังถือว่าเป็นเงินที่อยู่ได้ไม่ลำบาก

แถมการสอบแข่งขันทั้งหมดใช้ภาษาอังกฤษด้วยนะเออ

เค้าไม่สนว่ายูจะรู้ญี่ปุ่นมั้ย เดี๋ยวถ้าได้ไปเค้าจะจัดไปเรียนภาษาญี่ปุ่นให้อีกที

ฟรีเช่นกัน

...

อู๊ยย ดีทุกอย่างขนาดนี้ คนไทยถึงอยากสมัครกันไง

...

คราวนี้ กลับมาเรื่องความยากและอัตราการแข่งขัน

หลายคนจะชอบบ่นว่า ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ยากกกกก

..อื่มมม จะว่าไงดี จะว่าตรงๆข้อสอบมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น คู่แข่งก็เก่ง

แต่ขอบอกเคล็ดลับค่ะ เคล็ดลับ

...

รู้หรือไม่ ว่าทุนรัฐบาลญี่ปุ่นมีหลายประเภทมาก

ทุนป.ตรี ทุนป.โท ทุนไปเรียนเฉพาะทาง(Semmon) ทุนเรียนเฉพาะทางด้านวิศวะ ทุนครู ทุนสำหรับนักเรียนเอกญี่ปุ่นไปแลกเปลี่ยน

ทุนที่พวกเด็กเทพพพพพเท่านั้นถึงได้น่ะ มีแค่สองทุนค่ะ

คือทุนป.ตรี และทุนเอกญี่ปุ่น

คือสองทุนนี้ จากที่ดูน้องๆที่เคยได้มา ถ้าไม่ใช่เด็กเตรียมอุดมห้องคิง หรือเด็กโอลิมปิก หรือเด็กอักษรจุฬาเอกญี่ปุ่น หรือเด็กที่เก่งญี่ปุ่นแบบระดับหนึ่งระดับสอง..

โอกาสที่คนอื่นๆจะแทรกตัวเข้าไปนั้น ค่อนข้างจะลำบากนิดนึง (ไม่ใช่ไม่ได้นะ แต่ลำบากนิสนึง)

แต่!!

ทุนที่เหลือ นอกจากสองทุนนี้

คนธรรมดา ที่ขยันๆ มีโอกาสได้พอๆกับคนเก่งค่ะ

เพราะฉะนั้น ใครที่เคยสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นตอนป.ตรี แล้วปิ๋ว มันไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง

แค่บังเอิญทุนนั้นมันมีเด็กเก่งมากมาสอบกันเยอะ แค่นั้นเอง

เราเห็นเด็กเมพที่ไม่ได้ทุนป.ตรี แต่มาสอบทุนป.โทได้สบายๆก็เยอะแยะ

ลองสอบทุนประเภทอื่นๆดูนะคะ โอกาสได้มันมี อย่าเพิ่งท้อๆ

โดยเฉพาะทุนระดับป.โทนะ ปีนึง ให้ไปผ่านสถานทูต 35 คน(ประมาณ) แล้วก็ผ่านการสมัครตรงอีก 50 คน(ประมาณ)

เยอะมว๊ากก

เฮ่อ เหนื่อย มีอะไรต้องพูดอีกนะ

อ้อ ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ก็เข้าไปดูเว็ปสถานทูตญี่ปุ่นได้ค่ะ

แปะลิ้งค์ๆ http://www.th.emb-japan.go.jp/th/jis/study.htm

หรือโทรไปถามเจ้าหน้าที่สถานทูตก็ได้ 02-696-3000

หรือว่า เวลามีงานต่างๆเกี่ยวกับญี่ปุ่น เช่นงานแนะแนวการศึกษาต่อญี่ปุ่น เงี้ย สถานทูตญี่ปุ่นมักจะไปออกบู๊ทให้ข้อมูลเกี่ยวกับทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ก็ไปสอบถามเจ้าหน้าที่และไปรับเอกสารได้ที่งาน

ส่วนงานมีเมื่อไหร่อะไรยังไง ก็หมั่นเช็คได้จากเว็ปของ JASSO ประเทศไทย

แปะลิ้งค์ๆ http://www.jeic-bangkok.org/

ค่ะ..

วันนี้พอก่อน

คิดว่าเรื่องทุนรัฐบาลญี่ปุ่นมีพูดได้อีกยาว

แต่ว่าเอาไว้เป็นหัวข้อต่อๆไป เช่นเรื่องเคล็ดลับการเตรียมสอบ ไรเงี้ย ..

เดี๋ยวครั้งหน้าจะมาพูดเรื่องทุนอื่นๆที่ตัวแม่น้อยกว่านี้ค่ะ (^_^)